แฟนผีรอเฮ! “บีบีซี” จับมือ “สกาย” ตีข่าว ผีปิดดีลสปอร์ติ้ง ลิสบอน คว้า “บรูโน”

บีบีซี สปอร์ต และ สกาย สปอร์ต สองสื่อยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ รายงานข่าวใหญ่ว่า สปอร์ติง ลิสบอน ได้ตอบรับข้อเสนอ ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการดึงตัว บรูโน แฟร์นานเดส แล้ว

รายงานจากฝั่ง บีบีซี สปอร์ต ระบุว่า “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการให้ทาง สปอร์ติง ลิสบอน ได้พิจารณาไปเมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา

โดยทีมดังจากเมืองผู้ เตรียมให้ค่าตัวของ บรูโน่ แฟร์นานเดส 46.6 ล้านปอนด์ ประมาณ 55 ล้านยูโร พร้อมโบนัสในส่วนที่สองอีกจำนวน 21.2 ล้านปอนด์ หรือราวๆ 25 ล้านยูโร

ทั้งนี้ ในส่วนโบนัสที่สปอร์ติงจะได้รับ คลอบคลุมไปถึง การที่ “บรูโน” ได้พาทีม ไปเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก รวมไปถึง จำนวนนัดที่ได้ลงสนาม ส่วนอีก 12.7 ล้านปอนด์ จะเกี่ยวกับความสำเร็จส่วนตัวของนักเตะ อาทิเช่น การคว้าบัลลงดอร์ หรือการได้นักเตะยอดเยียมในรายการอื่นๆ

นอกจากนี้ ทางสกายสปอร์ต ประเมินว่าว่าดีลนี้จะเสร็จลุล่วงภายในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า โดยตัวนักเตะเองก็พร้อมที่จะบินมายังเมือง แมนเชสเตอร์ กับ เอเยนต์ของเขาในวันนี้ (29 มกราคม)

วิลลา เฉือน เลสเตอร์ 2-1 ลิ่วชิงคาราบาวคัพ

การแข่งขันศึก ฟุตบอลคาราบาว คัพ 2019-20 ในคืนวันอังคารที่ 28 มกาคม 2563 โดยเกมรอบตัดเชือก นัดที่สอง “สิงห์ผยอง” แอสตัน วิลลา เปิดบ้านที่สนามวิลลา ปาร์ก รับมือ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งในเกมแรกทั้งสองทีมเสมอกันมา 1-1

วิลลา ของ ดีน สมิธ เพิ่งชนะ วัตฟอร์ด ในลีกมา 2-1 เกมนี้ วางหมากมาในระบบ 3-4-3 นำมาโดย แจ็ค กรีลิช กัปตันทีม , ดักลาส ลุยซ์ , อันวาร์ เอล กาซี และ แมตต์ ทาร์เก็ตต์

ฝั่งเลสเตอร์ เพิ่งเฉือน เบรนท์ฟอร์ด 1-0 ผ่านเข้ารอบ 5 เอฟเอ คัพ เกมนี้ แบรนดอน ร็อดเจอร์ส กุนซือวางหมากมาในระบบ 4-1-4-1 นำมาโดย อโยเซ เปเรซ , ยูริ ตีเลอมันส์ และ เจมส์ แมดดิสัน ปั้นเกมให้กับ เคลิชี อิเฮียนาโช หัวหอก

ผลปรากฏว่า นาทีที่ 12 เจ้าบ้านได้เป็นฝ่ายเฮลั่น แมตต์ ทาร์เก็ตต์ สอดขึ้นมาทางซ้ายก่อนตะบันด้วยซ้ายเป็นประตู วิลลานำ 1-0

จากนั้น ทีมเยือนเป็นฝ่ายบุกกดดันหลังจากโดนนำ และจังหวะสุดท้ายยังไม่ผ่านมือของนายด่านชาว นอร์เวย์ ทำให้จบ 45 นาที วิลลา นำ เลสเตอร์ 1-0

ครึ่งหลัง นาทีที่ 72 เลสเตอร์ ซิตี้ มาได้ประตูตีเสมอจนได้ จากเคลิชี อิเฮียนาโช ซัดเข้าไปง่ายๆ สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1

นาทีที่ 90+3 โมฮาเหม็ด เอลโมฮามาดี ตัวสำรองเปิดบอลลึกเข้าเสาไกลให้ เทรเซเกต์ ยิงย้อนมาเสาสอง ทำให้จบเกม แอสตัน วิลลา เปิดบ้านเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ไปได้แบบหืดจับ 2-1 สองนัด แอสตัน วิลลา เข้ารอบด้วยผลประตูรวม 3-2 ไปยืนรอพบผู้ชนะระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในรอบชิงชนะเลิศต่อไป

ใส่กันไม่ยั้ง! อาร์เซน่อล 10 ตัว บุกตามเจ๊า เชลซี หืดท้ายเกม 2-2

การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ระหว่าง เชลซี เปิดบ้านพบกับ อาร์เซน่อล ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อคืนวันอังคารที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา

เริ่มเกมมาเจ้าถิ่นบุกใส่ทันที นาทีที่ 15 คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย เปิดบอลไปเสาสองให้ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ โหม่งตั้งไปหน้าประตูให้ แทมมี่ อบราฮัม โหม่งจ่อๆแต่บอลไปตรงตัว แบร์นด์ เลโน่ เซฟไว้ได้

นาทีที่ 28 ชโคดราน มุสตาฟี่ จ่ายบอลคืนหลังเบาไปจนโดน แทมมี่ อบราฮัม ฉกไปแตะหลบ แบร์นด์ เลโน่ ไปแล้วแต่โดน ดาวิด ลุยซ์ ทำฟาวล์ ซึ่งผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษ พร้อมชูใบแดงไล่กองหลังบราซิลออกจากสนาม

ก่อนที่ จอร์จินโญ่ จะสังหารเข้าไปไม่พลาด เชลซี นำ 1-0

นาทีที่ 32 เจ้าบ้านเกือบได้เพิ่ม คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ได้ส่องหน้าเขตโทษด้วยซ้าย แต่ แบร์นด์ เลโน่ พุ่งปัดออกไปได้ ทำให้หมดครึ่งแรก เชลซี นำอยู่ 1-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 63 ทีมเยือนโต้กลับเร็ว กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ลากจากแดนตัวเองระยะกว่า 70 หลา หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดผ่านตัว เกปา เข้าไปอย่างเหลือเชื่อ อาร์เซน่อล ตามตีเสมอ 1-1

นาทีที่ 84 เจ้าบ้านที่พับสนามบุกมาทำสำเร็จจากลูกเตะมุม คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย เล่นสั้นก่อนเปิดไปเสาแรกให้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า สอดเข้ามาแปด้วยขวาเปลี่ยนทางเสียบเสาแรกเข้าไป เชลซี นำอีกครั้ง 2-1

นาทีที่ 87 ทีมเยือนบุกบ้าง ลูกัส ตอร์เรยร่า ผ่านบอลออกซ้ายให้ เอคตอร์ เบเยริน ลากตัดเข้าในก่อนปั่นด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบโคนเสาเด็ดขาด อาร์เซน่อล ตามตีเสมอ 2-2

จบเกม เชลซี เปิดบ้านทำได้แค่เสมอกับ อาร์เซน่อล ที่เหลือผู้เล่นแค่ 10 คน 2-2 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้ม

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เชลซี (4-3-3) : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันเดรส คริสเตียนเซ่น, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, เอเมอร์สัน – เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช – คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย, แทมมี่ อบราฮัม, วิลเลี่ยน
อาร์เซน่อล (4-2-3-1) : แบร์นด์ เลโน่ – เอคตอร์ เบเยริน, ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์, บูคาโย่ ซาก้า – ลูกัส ตอร์เรยร่า, กรานิต ชาคา – นิโกล่าส์ เปเป้ , เมซุต โอซิล, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ – อเล็กซองด์ ลากาแซตต์
ผู้ตัดสิน : สจ๊วร์ต แอตเวลล์

ตาม 13 แต้ม! แมนฯ ซิตี้ ลุ้นเหนื่อยบุกเฉือน เชฟฯ ยูไนเต็ด หวิว 1-0

การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ระหว่าง “ดาบคู่” เชฟฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบกับ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ ที่สนาม บรามอลล์ เลน เมื่อคืนวันอังคารที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา

เปิดเกมมา 7 นาที เจ้าบ้านได้ลุ้นก่อนเลย โอลิเวอร์ นอร์วู้ด หนีตัวประกบกระชากขึ้นมาทางริมเส้นฝั่งขวาก่อนเปิดไปหน้าประตูที่มี จอห์น เฟล็ค ยืนรอโล่งๆ แต่ แฟร์นันดินโญ่ เตะเปลี่ยนทางได้ทัน

นาทีที่ 19 ทีมเยือนพลาดโอกาสเหลือเชื่อ ริยาด มาห์เรซ ได้บอลริมเส้นก่อนเปิดยัดไปในเขตโทษให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ได้ยิงจ่อๆ แต่ไปติดปลายมือของ ดีน เฮนเดอร์สัน นายด่านเจ้าถิ่น

นาทีที่ 25 แมนฯ ซิตี้ เกือบได้อีกครั้ง โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ เปิดแฉลบบอลลเลยไปเสาไกลถึง แฟร์นันดินโญ่ เปิดย้อนไปหน้าประตูให้ นิโกลัส โอตาเมนดี้ ตีลังกายิงติดตัว ดีน เฮนเดอร์สัน อีก

นาทีที่ 35 คริส บาแชม ไปหวด ริยาด มาห์เรซ ร่วงในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าทันที แต่ กาเบรียล เชซุส กลับยิงไปโดน ดีน เฮนเดอร์สัน ปัดไว้ได้อีก ทำให้หมดครึ่งแรกยังเสมอกัน 0-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 60 ทีมเยือนได้โอกาสอีกครั้ง โรดรี้ เปิดจากแถวสองให้ กาเบรียล เชซุส วิ่งหนีตัวประกบไปโขกเปลี่ยนทางแต่ ดีน เฮนเดอร์สัน ยังพุ่งไปรับไว้ได้

นาทีที่ 73 หลังพยายามอยู่นาน แมนฯ ซิตี้ มาได้ประตูออกนำ 1-0 จนได้ เควิน เดอ บรอยน์ เปิดตัดแนวรับหมดบอลเลยไปถึง เซร์คิโอ อเกวโร่ ตัวสำรองที่ยิงโล่งๆ เข้าไป

จบเกม “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ บุกเฉือนเอาชนะ “ดาบคู่” เชฟฯ ยูไนเต็ด แบบลุ้นเหนื่อย 1-0 เก็บสามแต้มสำคัญ พร้อมลดช่องว่างตามหลัง ลิเวอร์พูล จ่าฝูงเหลือ 13 คะแนน แต่แข่งมากกว่าอยู่ 2 นัด

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

เชฟฯ ยูไนเต็ด (3-5-2) : ดีน เฮนเดอร์สัน – คริส บาแชม, จอห์น เอแกน, แจ็ค โอคอนเนลล์ – จอร์จ บัลด็อค, มูฮาเหม็ด เบซิช, โอลิเวอร์ นอร์วู้ด, จอห์น เฟล็ค, เอ็นดา สตีเว่นส์ – โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่, บิลลี่ ชาร์ป

แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, เอเมริค ลาปอร์ต, นิโกลัส โอตาเมนดี้, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ – เควิน เดอ บรอยน์, แฟร์นันดินโญ่, โรดรี้ – ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง

ผู้ตัดสิน : ลี เมสัน

โคตรเศร้าอับราฮัมเป็นแพะหลังพลาดจุดโทษ

โคตรเศร้าอับราฮัมเป็นแพะหลังพลาดจุดโทษ


แทมมี่ อับราฮัม กองหน้าดาวรุ่ง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ตกเป็นเป้าถูกโจมตีและเหยียดผิวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หลังจากที่นักเตะยิงจุดโทษพลาดส่งผลให้แพ้ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในการชิงถ้วยยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2019 ที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

หัวหอกวัย 21 ปี มีโอกาสได้ลงเล่นในช่วงต่อเวลาพิเศษ และยังเป็นนักเตะสำคัญที่ทำให้ เชลซี ได้จุดโทษในช่วงดังกล่าว ก่อนที่ จอร์จินโญ่ จะรับหน้าที่สังหารจุดโทษช่วยให้ “สิงห์บลูส์” ตีเสมอ “เดอะ เร้ดส์” 2-2 และจบเกม 120 นาทีในสกอร์ดังกล่าวทำให้ต้องฎีกาด้วยจุดโทษหาแชมป์

ช่วงยิงจุดโทษหลังจากซัดกันไปฝ่ายละ 4 คน สกอร์เสมอกัน 4-4 จากนั้น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เป็นคนที่ 5 ที่ยิงให้ “หงส์แดง” ขึ้นนำ ขณะที่ อับราฮัม ยิงพลาดไปโดน อาเดรียน เซฟได้อย่างสุดยอด ส่งให้ทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ ผลงาดคว้าแชมป์ซูเปอร์ คัพ เป็นสมัยที่ 4

แม้ว่าเกมจะจบไปแล้วแต่ยังมีควันหลังเพราะแฟนบอลบางจำพวกได้โพสต์ข้อความกล่าวโทษรวมทั้งเหยียดเชื้อชาติอับราฮัม โดยงานนี้ “คิก อิท เอาท์” องค์กรต่อต้านการเหยียดผิว ได้ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ว่า “เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาเราได้รับรายงานว่ามีการเหยียดผิวโดยพุ่งเป้าไปที่ แทมมี่ อับราฮัม ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หลังเกมยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ของ เชลซี”

“การกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องน่ารังเกียจมากๆ เราได้ส่งข้อความเป็นกำลังใจให้กับ แทมมี่ และขอย้ำว่าเราได้แจ้งไปยังทวิตเตอร์ และสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ ให้กำจัดข้อความเหล่านี้ เราอยากให้รู้ถึงสิ่งที่พวกเขาต้องทำในการขจัดปัญหาเหล่านี้ให้หมดไป” แถลงการณ์ฉบับเดิม ระบุ