ไก่ เปิดรังอัด โบโร่ 2-1 ลิ่วรอบ 4 เอฟเอคัพ

การเเข่งขันฟุตบอล เอฟเอคัพ รอบสามนัดรีเพลย์ เป็นการพบกันระหว่าง ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ที่เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ มิดเดิ้ลสโบรห์

ฝั่งไก่เดือยทอง เจ้าบ้านจัดทีมในระบบ 4-2-3-1 วางลูคัส มูรา เป็นหน้าเป้า โดยมีเอริค ลาเมลา, โจวานนี โล เซลโซ และคริสเตียน เอริคเซน คอยทำเกม

ทางด้าน ผู้มาเยือนเลือกใช้แผน 5-3-2 โดยใช้แอชลีย์ เฟลทเชอร์ จับคู่กับ ลูคัส เนเมชา ในแดนหน้า

ผลปรากฏว่า เริ่มเกมมาเพียง 2 นาที สเปอร์ส นำก่อน 1-0 อย่างรวดเร็วเมื่อกองหลังโบโร่ออกบอกพลาด โจวานี่ โล เซลโซ่ แย่งได้ก่อนแตะเข้าซ้ายแล้วยิงเสียบเสาเข้าไปนิ่มๆ

นาที 13 มิดเดิลสโบรช์ น่าจะได้ประตูตีเสมออย่างยิ่งเมื่อ ลูคัส เอ็นเมช่า หลุดไปล็อกหนีผู้เล่นสเปอร์สก่อนดีดด้วยขวา แต่ เปาโล กัซซานิก้า เซฟช่วยสเปอร์สเอาไว้

พอทำไม่ได้กลับเป็นฝ่ายโดนเสียเองเมื่อ สเปอร์ส นำเป็น 2-0 จากความสามารถเฉพาะตัวของ เอริค ลาเมล่า ที่พลิกบอลหนีผู้เล่นทีมเยือนก่อนยิงด้วยซ้ายในเขตโทษเข้าไปอย่างสุดยอด

สเปอร์ส น่าได้อีกประตูสุดๆ ในนาที 28 เมื่อ ลาเมล่า ไหลบอลออกขวาให้ ยาเฟต ทันกันก้า เติมขึ้นมายิงถากเสาไกลออกหลังนิดเดียว จากนั้นจบครึ่งแรกที่ สเปอร์ส นำ 2-0

ครึ่งหลังนาที 54 ทีมเยือนเกือบตีไข่แตกได้จากฟรีคิกหน้าเขตโทษ ลูอิส วิง วิ่งมายิงเต็มข้อ บอลแหวกผ่านกำแพงทำท่าจะเสียบเสาไกล ทว่า เปาโล กัซซานิก้า พุ่งปัดหลายมือออกหลัง

สเปอร์ส ครองบอลได้ดีกว่า นาที 79 เกือบได้อีกครั้งเมื่อ คริสเตียน เอริคเซ่น กึ่งยิงกึ่งเปิดจากฝั่งซ้ายเข้ามา เอนสลี่ย์ เพียร์ส ต้องผวาล้มตัวทุบทิ้งหวุดหวิด

ทีมเยือนตีไข่แตกจนได้ในนาที 83 เมื่อ จอร์จ ซาวิว ได้บอลหน้าเขตโทษก่อนดึงจังหวะแล้วโยกหนีตัวประกบแล้วยิงด้วยขวาเข้าไปอย่างเด็ดขาด สกอร์กลับมาเป็น 2-1

หลังจากนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น จบเกม ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ เปิดบ้านเอาชนะ มิดเดิ้ลสโบรห์ 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบสี่ ได้สำเร็จ

น้ำตาร่วง! จ่ามู แย้ม “เคน” อาจต้องพักยาวจนจบฤดูกาล

โฆเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีม ​ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส เปิดเผยด้วยตัวเองแล้วว่า อาการบาดเจ็บของ แฮร์รี เคน ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะอาจทำให้ต้องพักยาวจนกระทั่งจบฤดูกาลเลยทีเดียว

ย้อนกลับไปในเกมที่ ทัพไก่เดือยทอง บุกไปพ่าย เซาธ์แฮมป์ตัน เมื่อราว 2 สัปดาห์ก่อน ดาวยิงเจ้าของฉายาพายุเฮอริเคน เกิดอาการเจ็บอย่างรุนแรงบริเวณกล้ามเนื้อแฮมสตริง (กล้ามเนื้อหลังต้นขา)

และหลังจากผ่านการตรวจเช็คอย่างละเอียดจากทีมแพทย์ ยืนยันว่า เคน ต้องเข้ารับการผ่าตัดโดยด่วน ซึ่งทำให้ต้องพักรักษาตัวค่อนข้างนาน เพราะเป็นกล้ามเนื้อส่วนสำคัญของนักกีฬาทุกประเภท

“ข่าวอัพเดตของ แฮร์รี เคน ที่พอจะพูดได้ในตอนนี้ก็คือ อาการของเขาค่อนข้างรุ่นแรง แต่ด้วยความที่ไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะต้องพักนานขนาดไหน ถ้าคุณถามด้วยคำถามเดิม ๆ ผมก็ตอบได้แต่ประโยคเดิม ๆ เช่นกัน” จ่ามู กล่าว

“แน่นอนว่าไม่มีใครอยากเห็นเขาพักนานอยู่แล้ว บางทีอาจจะกลับมาเล่นได้อีกครั้งกลางเดือนเมษาฯ หรือไม่ก็สื้นเดือนเมษาฯ หรือไม่ก็ประมาณพฤษภาฯ แต่ถ้าร้ายแรงสุดคือฤดูกาลหน้าโน่นเลย”

ระดับเดียวกัน !? แม็คก้า ยก เฮนโด้ ทาบ เควิน เดอ บรอยน์

สตีฟ แม็คมานามาน อดีตสตาร์ ​ลิเวอร์พูล ได้ออกมาเทียบ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมคนปัจจุบันกับ เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมคเกอร์ตัวเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

“เมื่อไหรก็ตามที่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ยิงหรือแอสซิตส์พวกเขาก็จะได้รับการกล่าวถึงมากกว่าปกติเนื่องจากเป็นกองหลัง” แม็คก้า กล่าว

“แต่ในฐานะอดีตนักเตะที่ได้ดูเกมบนแสตนด์และเห็นภาพรวมก็กลับทำให้ผมรู้สึกปลื้มกับสิ่งที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ทำ”

“เขาได้ก้าวขึ้นมาอยู่อีกระดับหลัง เยอร์เกน คล็อปป์ เข้ามา เขาได้เล่นหลายๆ ตำแหน่ง รวมถึงทางกราบขวาในเกมกับ ท็อตแนม และ เชลซี ที่มีการเปิดบอลคล้ายกับ เควิน เดอ บรอยน์ อยู่หน่อยๆ”

“ตอนนี้ผมไม่ได้บอกว่าเขาคือ เควิน เดอ บรอยน์ เลย แต่วิธีการที่เขาเล่นด้านขวาแลวเปิดบอลเข้ามาก็เป็นสิ่งที่ทำให้มีการเล่นหลากหลายขึ้นและเป็นอะไรที่ดีต่อตัวเองด้วย”

นี่ไงล่ะ ! คล็อปป์ เผยเป้าหมายจริง ๆ ที่สำคัญกว่าสถิติไร้พ่าย

เจอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ​ลิเวอร์พูล ยอมเปิดเผยแล้วว่านอกเหนือจากสถิติไร้พ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ใน พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้แล้ว มีสิ่งสำคัญอื่นที่ตนโฟกัสมากกว่า และอยากเห็นแข้งหงส์ทำได้ต่อเนื่องไปจนกระทั่งจบฤดูกาลด้วย

“หลายคนบอกว่า ลิเวอร์พูล กำลังพยายามสร้างสถิติไร้พ่ายขึ้นมาอย่างจริงในฤดูกาลนี้ แต่ผมบอกเลยว่าเราไม่ได้มองไกลขนาดนั้น ก็แค่อยากลงเล่นเกมตรงหน้าแล้วคว้าชัยชนะมาให้ได้เท่านั้นเอง” คล็อปป์ กล่าว

“สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ หลังแข่งเสร็จเราสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเอาชนะพร้อมกับครองเกมเหนือกว่าคู่แข่งชัดเจนในทุก ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเกมรุกหรือเกมรับ”

“ยกตัวอย่างวันที่ชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด พวกเราสามารถคุมทุกอย่างเอาไว้เบ็ดเสร็จ ทุกจังหวะเข้าทำมีประสิทธิภาพสูง ตัดเกมบุกของคู่แข่งได้ทุกรูปแบบ นี่แหละคือสิ่งที่ผมอยากเห็นจากลูกทีมมากที่สุด ไม่ใช่ตัวเลขสถิติอะไรอย่างที่ใครเขาว่าเลยแม้แต่น้อย”

ใครก็หยุดไม่อยู่! ลิเวอร์พูล เปิดรังถลุง เอฟเวอร์ตัน ยับ 5-2 รั้งฝูงเหนียวแน่น

การเเข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เกมเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ นัดกลางสัปดาห์ ที่สนามแอนฟิลด์ ลิเวอร์พูล รับการมาเยือนของ เอฟเวอร์ตัน

เจ้าถิ่นพัก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต ฟีร์มิโน นั่งสำรอง แล้วให้โอกาส ดิว็อค โอริกี รวมถึง เซอร์ดาน ชากิรี สตาร์ทตัวจริง โดยมี ซาดิโอ มาเน ยืนเป็นแนวรุกตัวกลาง

ส่วนทีมเยือนจัด 11 ผู้เล่นที่ดีที่สุด นำมาโดย ริชาร์ลิซอน ที่เพิ่งขยายสัญญายาวกับทีม แดนหน้าวาง โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน ยืนค้ำ

ผลปรากฎว่า เริ่มเกมมา 6 นาที ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0 จากลูกสวนกลับ ซาดิโอ มาเน ควบขึ้นมาก่อนไหลทะลุช่องให้ ดิว็อก โอริกี หลุดเดี่ยวไปแตะหลบ จอร์แดน พิคฟอร์ด แล้วยิงโล่งๆ เข้าประตูไป

สกอร์มาเปลี่ยนเป็น 2-0 ในนาทีที่ 17 เมื่อ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ วางทแยงจากฝั่งขวาออกซ้ายให้ มาเน ลากจี้มาหน้าเขตโทษแล้วไหลสั้นๆ ตามช่องเข้าเขตโทษให้ เซอร์ดาน ชากิรี สอดมาตวัดยิงด้วยเท้าซ้ายตามน้ำผ่าน พิคฟอร์ด เข้าไป

กระนั้น นาทีที่ 21 เอฟเวอร์ตัน ตีไข่แตก 1-2 จากจังหวะที่ เดยัน ลอฟเรน ไปพลาดล้มในจังหวะพยายามสกัดเลยกลายเป็น ไมเคิล คีน ได้ยิงเผาขนเข้าประตูไปเลย

นาทีที่ 31 หงส์แดงหนีห่าง 3-1 จากลูกที่ เดยัน ลอฟเรน วางยาวจากแดนตัวเองขึ้นหน้า โอริกี ตามไปเกี่ยวบอลลงอย่างเหนือชั้นก่อนแปกระแทกโด่งผ่าน พิคฟอร์ด ตุงตาข่าย

นาทีที่ 45 ลิเวอร์พูล ทิ้ง 4-1 ซึ่งเป็นการโต้กลับจากเสียลูกเตะมุม เทรนท์ ลากหลุดขึ้นมาทางซ้าย ก่อนสุดท้ายจะไหลเข้ากลางให้ ซาดิโอ มาเน ยิงเล่นทางด้วยเท้าซ้ายเสียบโคนเสาเข้าประตูไป

กระนั้น ช่วงทดเจ็บครึ่งแรกนาทีที่ 3 ทอฟฟี่ไล่มา 2-4 เมื่อ แบร์นาร์ด เปิดจากกราบซ้ายเข้ากลาง ริชาร์ลิซอน ล้มตัวโหม่ง บอลไปโดนหัวไหล่เข้าประตูไป และหมด 45 นาทีแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลัง นาทีที่ 90 หงส์แดงก็มาได้ลูกปิดกล่อง เมื่อ ฟีร์มีโน ลากเลื้อยไปสุดเส้นหลังฝั่งซ้ายแล้วตบย้อนคืนมาให้ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม จับก่อนซัดด้วยขวาเสียบเสาไกลเข้าไป

จบ 90 นาที ลิเวอร์พูล ชนะไป 5-2 เก็บเพิ่มเป็น 43 คะแนน จาก 15 นัด ทิ้งรองจ่าฝูงอย่างเลสเตอร์ ซิตี้ 8 คะแนน

กลิ่นตุๆ!ซานโช่เผยโดนสั่งห้ามพูด

เจดอน ซานโช่ ปีก ดอร์ทมุนด์ ระบุ ตนถูกต้นสังกัดห้ามพูดเกี่ยวกับสถานการณ์ของตัวเองหลังจบเกมที่พ่าย บาร์เซโลน่า ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าเขากำลังมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับหลายคนในทีม
เจดอน ซานโช่ ปีกดาวรุ่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดสโมสรแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน เปิดเผยว่าตนโดนสั่งห้ามพูดเกี่ยวกับสถานการณ์ของตัวเอง

ถึงแม้ว่า ซานโช่ จะทำผลงานได้โดดเด่นทั้งในฤดูกาลก่อน และในช่วงต้นซีซั่นนี้ แต่ช่วงหลายวันที่ผ่านมาอนาคตของเขากับ ดอร์ทมุนด์ กลับเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หลังจากว่ากันว่าแข้งชาวอังกฤษเริ่มไม่มีความสุขกับทีมแล้ว โทษฐานที่เขาถูกทำให้เหมือนเป็นแพะรับบาปอยู่บ่อยๆ ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าบอร์ดบริหารของ ดอร์ทมุนด์ ไม่ได้รักเขามากเหมือนเดิม เพราะคิดว่าไม่มีทางรั้งเจ้าตัวเอาไว้ได้

ทั้งนี้ ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอฟ นัดที่ ดอร์ทมุนด์ ออกไปแพ้ บาร์เซโลน่า 1-3 เมื่อวันพุธที่ 27 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานั้น ลูเซียง ฟาฟร์ จับ ซานโช่ ออกสตาร์ตด้วยการเป็นตัวสำรอง ก่อนจะเปลี่ยนเจ้าตัวลงไปในภายหลัง โดยที่ ฟาฟร์ อ้างว่าเขาทำอย่างนั้นเพราะต้องการเฉพาะตัวจริงที่มีสมาธิอย่างเต็มที่เท่านั้น

หลังจบเกมไปแล้วกองทัพนักข่าวกรอสัมภาษณ์ ซานโช่ ในพื้นที่ของสื่อ แต่ดาวเตะทีมชาติอังกฤษกลับตอบว่า “ผมไม่ได้รับอนุญาตให้พูด” ก่อนที่จะเดินตรงไปขึ้นรถบัสทันที

ซานโช่ ยังไปตอบโต้แฟนบอล ดอร์ทมุนด์ คนหนึ่งใน ทวิตเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดังด้วย หลังจากโดนกองเชียร์คนนั้นด่าว่าไม่ทุ่มเทให้ทีมเท่าที่ควร โดยเขาตอบว่า “ผมคิดว่าคืนก่อนผมได้แสดงให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจและความมุ่งมั่นแล้วนะ ยังไงก็ตาม เราก็จะพยายามให้ดีที่สุดเพื่อให้ได้ 3 คะแนนในวันเส

พิจารณากันเอง!แฉภาพเซอร์โต้เถียงวู้ดเวิร์ด

สื่อผู้ดี จัดให้แบบไม่เกรงใจเมื่อแฉภาพขณะที่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กับ เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองซีอีโอ กำลังโต้เถียงกันอย่างรุนแรงในช่วงครึ่งแรกขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังตกเป็นรอง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด อย่างหนัก ในเกมที่ทั้งสองทีมแบ่งแต้มกันไปแบบดราม่าเหลือเกิน
เดอะ มิร์เรอร์ สื่อดังในอังกฤษ แฉภาพขณะที่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังโต้เถียงอย่างรุนแรงกับ เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหาร “ผีแดง” ในช่วงครึ่งแรกที่สโมสรตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากตกเป็นรอง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

สุดยอดผู้จัดการทีมชาวสกอตติช กับรองซีอีโอ ได้นั่งชมเกมสำคัญของ แมนฯ ยูไนเต็ด บนอัฒจันทร์ในสนามบรามอลล์ เลน เมื่อช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดย “เซอร์เฟอร์กี้” มักจะทำแบบนี้เป็นประจำในการเดินทางไปทั่วเมืองผู้ดีเพื่อดูและเป็นกำลังใจให้กับสโมสรอันเป็นที่รัก
สำหรับเกมเยือน “ดาบคู่” นั้น สาวก “เร้ด อาร์มี่” ทั่วโลกต้องช็อกตาตั้งเมื่อเห็นทีมรักโดนเจ้าบ้านเปิดฉากไล่ยำอย่างเมามันจนมีอาการเป๋ไปเป๋มา และสุดท้ายจากความผิดพลาดของ ฟิล โจนส์ ทำให้พวกเขาโดน จอห์น เฟล็ค ซัดประตูขึ้นนำ 1-0 จากนั้นในครึ่งหลัง ลีส์ มุสเซต บวกเพิ่มอีกลูก

อย่างไรก็ตาม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มีการปรับหมากและสามารถยิงคืนสามประตูรวดจาก แบรนดอน วิลเลี่ยมส์, เมสัน กรีนวู้ด ซึ่งเพิ่งเปลี่ยนตัวลงมาเล่นในครึ่งหลัง และ มาร์คัส แรชฟอร์ด โดยในช่วงเวลานั้น เฟอร์กูสัน และ วู้ดเวิร์ด ต่างแสดงสีแจ่มแช่มชื่น และภูมิใจในตัวนักเตะมากๆ

กระนั้นในช่วงนาทีสุดท้าย โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ย์ ยิงตีเสมอได้สำเร็จ แม้ตอนแรก อังเดร มาร์ริเนอร์ จะมีการเช็ควีเออาร์ แต่สุดท้ายก็ยืนยันให้เป็นประตู ส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่กำ 3 แต้มเอาไว้ในมือแต่กลายเป็นเหลือ 1 คะแนนอย่างเจ็บปวด

จากผลงานของ โซลชา ในเกมนี้และช่วงที่ผ่านมาทำให้เก้าอี้นายใหญ่ “น้าลูกอม” เริ่มสั่นคลอน เพราะมีรายงานอย่างต่อเนื่องจาก แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะไล่ออกเพื่อเปิดทางให้ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ ที่อยู่ในช่วงว่างงานหลังโดน สปอร์ส ปลดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เข้ามากุมบังเหียนแทน

เมสซี่เผยแข้งคนเดียวที่ตนเอ่ยปากขอแลกชุดแข่งด้วย

ลิโอเนล เมสซี่ หัวหอก บาร์เซโลน่า ระบุ ตลอดอาชีพการเล่นที่ผ่านมานั้น นักเตะเพียงคนเดียวที่ตนถึงขนาดขอแลกชุดแข่งด้วยคือ ซีเนดีน ซีดาน โดยเผย ปกติแล้วตนจะยอมแลกชุดแข่งด้วยก็ต่อเมื่อนักเตะในทีมคู่แข่งเป็นคนขอก่อนเท่านั้น
ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าคนดังของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน กล่าวว่านักเตะเพียงคนเดียวที่ตนเคยเอ่ยปากขอแลกเสื้อด้วยคือ ซีเนดีน ซีดาน ตำนานกองกลางชาวฝรั่งเศสของ เรอัล มาดริด

ด้วยความที่ เมสซี่ ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดของโลก ทำให้เวลาจบเกมแล้วมันมักจะมีนักเตะของทีมคู่แข่งหลายคนที่ตรงเข้าไปขอแลกชุดแข่งกับเขา แต่ที่ผ่านมามันก็แทบไม่มีคนเห็นแข้งวัย 32 ปี เป็นคนเปิดปากขอแลกชุดแข่งกับใครเลย

ดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ให้สัมภาษณ์กับ ทีวายซี สปอร์ตส์ สื่อของบ้านเกิดว่า “ผมไม่เคยเปิดปากขอชุดแข่งจากนักเตะคนไหนในตอนที่แลกเสื้อกับพวกเขาตามปกติเลยนะ แต่ครั้งหนึ่งผมเคยขอ (แลก) ชุดแข่งจาก ซีดาน คือถ้าผมเจอกับนักเตะชาวอาร์เจนไตน์ที่อยู่ในทีมคู่แข่งนี่ผมก็จะแลกเสื้อกับพวกเขาน่ะนะ แต่ผมจะทำอย่างนั้นก็ต่อเมื่อคนเหล่านั้นเป็นฝ่ายขอขึ้นมาเอง ผมไม่เคยออกปากขอแลกชุดแข่งกับใครเลย (นอกจากกับ ซีดาน)”

บัลเบร์เด้ชี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้ามีเมสซี่

เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กุนซือ บาร์เซโลน่า ยืนยันว่า ทีมต้องพึ่ง ลิโอเนล เมสซี่ หลังจากแข้งอาร์เจนไตน์ ซัดแฮตทริกในเกมเอาชนะ เซลต้า บีโก้ 4-1 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา
เมสซี่ ทำแฮตทริกในเกมที่ทีมเอาชนะ เซลต้า บีโก้ 4-1 จากหนึ่งจุดโทษและอีกสองลูกฟรีคิก และ บัลเบร์เด้ ได้ออกมาชื่นชมลูกทีมคนเก่งรายนี้ว่าทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ถ้ามีเขาอยู่ในทีม

“อะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้ามี เมสซี่ – วันนี้เราเล่นกันได้ไหลลื่นและเขายิงได้สามประตู มันเป็นความได้เปรียบที่เรามีที่คู่แข่งของเราต้องกลัวซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ดี”
ทั้งนี้ สำหรับการทำแฮตทริกของ เมสซี่ ทำให้เจ้าตัวก้าวขึ้นไปทาบสถิติทำแฮตทริกมากที่สุดตลอดกาลของ ลาลีกา เทียบเท่ากับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่จำนวน 34 ครั้ง

ไหว้สวย!ซนเปิดใจหลังมีส่วนทำโกเมสเจ็บหนัก

ซน ฮึง-มิน หัวหอกเลือดโสมขาวของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ รับตนต้องเจอกับช่วงเวลายากลำบากพอสมควรหลังจากมีส่วนทำให้ อังเดร โกเมส ข้อเท้าหักในเกมลีกเมื่อสุดสัปดาห์ พร้อมขอบคุณทุกๆ คนที่เป็นกำลังใจให้ตนในช่วงที่ผ่านมา
ซน ฮึง-มิน กองหน้าชาวเกาหลีใต้ของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เปิดใจตนพบกับความยากลำบากมากๆ ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา หลังจากมีส่วนทำให้ อังเดร โกเมส กองกลาง “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ข้อเท้าหักในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

โกเมส เพิ่งจะผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บข้อเท้าขวาหักเรียบร้อยแล้ว และได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลเพื่อกลับไปรักษาตัวที่ต้นสังกัด โดย ซน สวมบทฮีโร่ซัด 2 ประตู โดยประตูแรกเขาได้แสดงท่าพนมมือไหว้จากการยิงประตูในเกมที่ชนะ เร้ดสตาร์ เบลเกรด 4-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พร้อมกับพูดคำว่าขอโทษจริงๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

หัวหอกเลือดโสมขาว ซึ่งร้องไห้หนักมาจากเหตุการณ์ดังกล่าว เปิดใจว่า “แน่นอนว่าช่วง 2-3 วันที่ผ่านมามันช่างยากลำบากจริงๆ ผมรู้ว่าผมโชคดีมากแค่ไหน แฟนบอล, เพื่อนๆ และเพื่อนร่วมทีม ทุกๆ คนส่งข้อความเป็นกำลังใจให้กับผม ผมเสียใจจริงๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสถานการณ์นั้น”

“แน่นอนว่าผมต้องมีสมาธิกับทีม และให้ความเคารพต่อเกมฟุตบอล ผมพยายามมุ่งมั่น และทำงานหนัก นี่เป็นคำตอบที่เหมาะสมสำหรับทุกๆ คนที่เป็นกำลังใจให้กับผม” อดีตกองหน้า “ห้างขายยา” ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และ “สิงห์เหนือ” ฮัมบูร์ก กล่าว